EPI เตือนวิกฤตขาดบุคลากรใน Data Center เสี่ยงกระทบทั่วโลก
Data Center คืออะไร?
Data Center หรือศูนย์ให้บริการข้อมูล เป็นสถานที่ขนาดใหญ่ ออกแบบมาเพื่อการเก็บรักษา ประมวล และจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ ยังเป็นหัวใจหลัก ในหลาย ๆ บริการที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ AI, IoT (Internet of Things) และ Cloud Computing ที่มีการใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ การก่อตั้ง Data Center ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายประเภทร่วมกัน อาทิ เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบระบายความร้อน อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ระบบไฟฟ้าสำรอง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Data Center สำคัญอย่างไร?
แม้เราจะไม่รู้ตัว แต่ Data Center ได้กลายเป็นอีกส่วนหนึ่งในชีวิต เมื่อมีการเรียกใช้งานข้อมูล ที่ผ่านจากโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเหล่านี้ ก็มาจากสถานที่จัดเก็บอย่าง Data Center โดยในข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ มีข้อมูลที่จำเป็นต่อทุกช่วงชีวิตของเราด้วย อาทิ ข้อมูลด้านสุขภาพ การศึกษา การเงิน หรือภาครัฐ ยิ่งในปัจจุบัน ที่ความต้องการเรียกใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และ Cloud Computing มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความต้องการใช้ทรัพยากรอื่น ๆ สูงขึ้นตามไปด้วย โดยในอนาคตอันใกล้ จะมีการก่อสร้าง Data Center มากขึ้น และจะมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย
เหตุการณ์ขาดแคลนบุคลากร เกิดขึ้นอย่างไร?
แม้ความต้องการใน Data Center จะมากขึ้น แต่ผู้ให้บริการกลับประสบปัญหาการจ้างงานอย่างหนัก โดยปัญหานี้คงอยู่มาเป็นเวลาหลายปี และยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่แน่ชัด
EPI (Enterprise Products Integration) องค์กรรับรองมาตรฐานของศูนย์ข้อมูลระดับโลก ได้ทำการวิจัยถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม พบว่าจะเติบโตอย่างน้อย 10% ทุกปี จนถึงปี 2030 แต่ในทางกลับกัน ฝั่งการจ้างงานกลับหดตัวลง โดยอาจมีปัจจัยมาจากแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีอายุมากขึ้น เทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วกว่าการสร้างบุคลากร ความยากในการเข้าสู่สายงาน และชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอน ทำให้สายงาน Data Center เป็นตัวเลือกอาชีพท้าย ๆ ให้กับบุคลากรหน้าใหม่
แม้อาชีพสาย Data Center จะให้ค่าตอบแทนที่สูง แต่ EPI ยังคาดการณ์ว่าปัญหาขาดแคลนบุคลากร จะไม่ถูกแก้ไขได้โดยเร็ว ซึ่งจากผลการวิจัย EPI พบว่าหลายองค์กรประสบปัญหากับการจ้างงาน ดังนี้
64% พบปัญหากับการจ้างงานใหม่
หลายองค์กรพยายามจะจ้างงาน จากกลุ่มบุคลากรที่มีอยู่จำกัด ถึงแม้องค์กรจะต้องการจ้างงานเพียงใด หรือมีตำแหน่งงานเปิดอยู่แค่ไหน แต่กลับไม่สามารถหาพนักงานเข้ามาทำงานได้ เพราะตำแหน่งงานมีมากกว่าบุคลากรที่พร้อมทำงาน
55% พบปัญหากับการรักษาพนักงานไว้กับองค์กร
เพื่อการรักษาพนักงานไว้กับองค์กร การเพิ่มค่าตอบแทนเป็นตัวเลือกที่หลายองค์กรเลือกใช้ โดยหวังว่าจะเป็นแรงจูงใจ แต่แม้จะเพิ่มค่าตอบแทนเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
54% ประสบปัญหากับการจ้างงานพนักงานระดับปฏิบัติการ
พนักงานระดับปฏิบัติมีความจำเป็นอย่างมาก ในการทำงานของ Data Center แต่หลายองค์กรกลับแจ้งว่าพวกเขามีปัญหา ในการบริหารจัดการพนักงานระดับปฏิบัติการ ทั้งการจ้างงานและการรักษาตัวไว้
42% รายงานว่าองค์กรคู่แข่ง มีการยื่นข้อเสนอให้กับพนักงานของตน
ในสายงาน IT อื่น ๆ หากต้องการพนักงานระดับบริหารหรือผู้จัดการ มักจะทำโดยการเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานก่อนเสมอ แต่กับอุตสาหกรรม Data Center มักนิยมการยื่นข้อเสนอเพื่อชิงตัวพนักงานจากองค์กรอื่น เนื่องจากจำนวนบุคลากรที่มีจำกัด การกระทำลักษณะนี้ มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงปีที่ผ่านมา
เพราะอะไร จึงไม่มีบุคลากรใหม่?
แม้ว่าสายงาน IT อาจฟังดูดึงดูด แต่ไม่ใช่กับสายงาน Data Center ในการจะเติบโตในสายงานนี้ อาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และประสบการณ์การทำงานหลายปี ก่อนจะเปลี่ยนถ่ายสายงานได้ นอกจากนี้ ความรู้ที่ต้องใช้ทำงานก็ไม่สามารถหาได้ง่าย ๆ เพราะความกังวลด้านความปลอดภัย และชั่วโมงการทำงานที่ต้องคอยเฝ้าระวังอยู่เสมอ หากเกิดปัญหาฉุกเฉิน พนักงานต้องพร้อมแก้ไขทันที
ปัญหาการขาดบุคลากรหน้าใหม่ ยังส่งผลต่อปัญหาความต่างชั้นด้านความสามารถ องค์กรหลายแห่งหลีกเลี่ยงที่จะจ้างบุคลากรหน้าใหม่ เพราะการพัฒนาบุคคล ต้องใช้ทรัพยากรมาก ทั้งเงินและเวลาเพื่อการสอนงาน และยังต้องเผชิญความเสี่ยง ที่จะถูกองค์กรอื่นยื่นข้อเสนอซื้อตัวไป
เทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ก็ส่งผลต่อการพัฒนาบุคลากรเช่นกัน โดยเฉพาะกับองค์กร ที่ทำการอบรมด้วยตนเอง ด้วยเนื้อหาที่มากขึ้นเรื่อย ๆ การพัฒนาหลักสูตรจึงต้องพัฒนาตามเสมอ
ถ้าหากเนื้อหาอบรมไม่มีการพัฒนาให้พร้อมกับปัจจุบัน อาจส่งผลให้การลงทุนพัฒนาบุคลากร ไม่เห็นผลตามสมควร สูญเปล่าทั้งเงินและเวลาด้วย
บุคลากรเชี่ยวชาญเข้าใกล้วัยเกษียณ
กำแพงในการเข้าสู่สายงาน ส่งผลให้บุคลากรหน้าใหม่เลือกเติบโตในสายงานอื่น ส่งผลกระทบ เกิดเป็นปัญหาบุคลากรสูงอายุ และเมื่อไม่มีบุคลากรทดแทน จึงส่งผลให้ความห่างชั้นชัดเจนกว่าเดิม ทั้งนี้ บุคลากรจำนวนมากกว่าครึ่ง กำลังจะเกษียณอายุภายในสิบปีข้างหน้า และส่วนมากในกลุ่มนี้ ยังมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
หากบุคลากรกลุ่มนี้ เกษียณอายุก่อนจะหาคนทดแทนได้ อาจหมายถึง ความรู้และความสามารถ ที่จะหายไปจากอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางความสามารถ เกิดผลกระทบต่อการให้บริการ และประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ลดลง
หาก Data Center ต้องหยุดทำงาน จะเกิดอะไรขึ้น?
การมีอยู่ของ Data Center เปรียบเสมือนหัวใจต่อระบบเศรษฐกิจโลก องค์กรที่รับผิดชอบจึงต้องมั่นใจ ว่าจะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าหาก Data Center หลายแห่งหยุดให้บริการพร้อมกัน อาจหมายถึงความเสียหายอย่างมหาศาล ต่อภาคธุรกิจ การธนาคาร ปัญหาทางด้านกฏหมาย หรืออาจถึงชีวิต
ภาคธุรกิจชะลอตัว
ภาคธุรกิจเป็นอีกกลุ่มที่ใช้บริการ Data Center อย่างมาก ซึ่งหากการบริการขาดหายไป อาจส่งผลให้ข้อมูลสำคัญเกิดความเสียหาย เกิดการรั่วไหลของข้อมูล ธุรกิจอาจไม่สามารถดำเนินงานได้ การสื่อสารจะตกหล่น ก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ และภาพลักษณ์ขององค์กร
สถาบันการเงินหยุดชะงัก
สถาบันทางการเงินมีการประมวลและจัดเก็บข้อมูลทางการเงินผ่าน Data Center ของธนาคาร เมื่อข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้ หมายความว่าผู้ใช้งานจะไม่สามารถเข้าถึงเงินในบัญชี ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายสินค้า-หุ้น และช่องทางออนไลน์ของธนาคารล่มไปด้วย นอกจากกลุ่มลูกค้าที่อาจไม่พึงพอใจแล้ว อาจเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งไม่สามารถประเมินมูลค่าได้
ภัยพิบัติด้านการแพทย์
ระบบการแพทย์ก็มีการเก็บข้อมูลจำนวนมาก อาทิ ข้อมูลของผู้ป่วย รายละเอียดการวินิจฉัย และภาพถ่ายทางการแพทย์ ซึ่งหากข้อมูลไม่สามารถเข้าถึงได้ อาจเกิดความล่าช้าในการให้บริการ การรักษาผิดพลาด ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และอาจถึงชีวิตด้วย
ทางออกที่เป็นไปได้ กับการแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร
เพื่อการแก้ปัญหาในระยะสั้น หลายองค์กรเลือกที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้กับพนักงาน หรืออาจยื่นข้อเสนอซื้อตัวพนักงานจากองค์กรอื่น แต่หากมองในระยะยาว ทั้งสองวิธีนี้ ไม่เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมอย่างมาก
ทางออกที่ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหาบุคลากร คือการที่แต่ละองค์กรสร้างบุคลากรหน้าใหม่ของตน ผ่านเรียนรู้ และการสอนงานอย่างมีมาตรฐาน เนื้อหาต้องครอบคลุมและตอบโจทย์ในการทำงาน เพื่อการป้องกันปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในระยะยาว
หากพูดถึงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรม Data Center ไม่มีองค์กรใดได้รับการยอมรับมากกว่า EPI องค์กรระดับโลกด้านการรับรองมาตรฐานให้กับ Data Center ทั้งด้านการดำเนินงานและด้านบุคลากร ด้วยสำนักงานที่อยู่ใน 60 ประเทศ และ 130 เมืองทั่วโลก แสดงถึงการยอมรับของ EPI จากหลายองค์กร
EPI เป็นผู้นำด้านการฝึกอบรมในอุตสาหกรรม มุ่งเน้นเนื้อหาทางเทคนิคและนวัตกรรม หลักสูตรที่สอน ไม่เพียงแต่เพิ่มทักษะ แต่ยังช่วยให้องค์กรพัฒนาบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในประเทศไทย ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนหลักสูตรต่าง ๆ ของ EPI ผ่าน Network Training Center (NTC) ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผู้เรียนจะได้รับการฝึกอบรมระดับโลกด้วยทักษะที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ลงทะเบียนเรียนผ่าน NTC วันนี้ และเตรียมพร้อมที่จะเป็นมืออาชีพด้าน Data Center ระดับโลก!
คลิกชื่อหลักสูตร เพื่ออ่านเนื้อหาได้เลย!
- Data Center Foundation (DCFC)
- Certified Data Center Professional (CDCP)
- Certified Data Center Specialist (CDCS)
- Certified Data Center Expert (CDCE)
- Certified Network Cabling Design Professional (CNCDP)
- Certified TIA-942 Design Consultant (CTDC)
- Certified TIA-942 Internal Auditor (CTIA)
- Certified TIA-942 Lead Auditor (CTLA)
- Certified Data Center Migration Specialist (CDMS)
- Certified Data Center Risk Professional (CDRP)
- Certified Data Center Environmental Sustainability Specialist (CDESS)
- Certified Data Center Facilities Operations Manager (CDFOM)
- Certified Data Center Facilities Operations Specialist (CDFOS)
อบรมได้ทั้ง Public และ Group In-House
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:
@NTC-LINE
083-779-7732

