Business Continuity Management Workshop

น้ำท่วมอาจยังไม่ทำให้ระบบ IT ล่ม
แต่ BUSINESS ก็สะดุดได้
เมื่อ People, Process หรือ Resources ที่งานสำคัญต้องใช้ไม่พร้อมเหมือนเดิม องค์กรรู้หรือยังว่างานไหนต้องไปต่อก่อน?
น้ำท่วมอาจยังไม่ทำให้ Server Down หรือ Application ใช้งานไม่ได้ แต่ Business บางส่วนก็เริ่มสะดุดได้แล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมทำให้คำว่า Business Continuity เห็นภาพชัดขึ้น เพราะความต่อเนื่องของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบ IT เพียงจุดเดียว
ระบบอาจยัง Online ข้อมูลยังอยู่ครบ และ Application ยังเข้าใช้งานได้ตามปกติ แต่ถ้าพนักงานบางส่วนเข้าพื้นที่ไม่ได้ การขนส่งล่าช้า Supplier ส่งสิ่งที่ต้องใช้ไม่ได้ตามแผน สถานที่บางส่วนใช้งานไม่ได้ หรือกระบวนการสำคัญต้องพึ่งคนและทรัพยากรที่ไม่พร้อมเหมือนเดิม งานบางส่วนก็เริ่มได้รับผลกระทบได้เช่นกัน
ตรงนี้ทำให้คำถามขององค์กรไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่า “ระบบยังทำงานอยู่หรือไม่?” แต่ต้องมองต่อว่า หากการทำงานตามปกติทำไม่ได้เหมือนเดิม งานส่วนไหนสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุด และงานเหล่านั้นต้องพึ่งคน กระบวนการ เทคโนโลยี หรือทรัพยากรอะไรบ้าง เพราะในวันที่ทุกอย่างไม่สามารถกลับมาพร้อมกันได้ การรู้ลำดับความสำคัญจะช่วยให้องค์กรเห็นชัดขึ้นว่า กิจกรรมใดควรได้รับการจัดลำดับก่อน และต้องเตรียมอะไรไว้รองรับ เพื่อให้งานสำคัญยังดำเนินต่อได้
ตรงนี้คือบทบาทสำคัญของ Business Impact Analysis หรือ BIA
BIA ช่วยให้องค์กรมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง ผลิตภัณฑ์และบริการ (Products & Services), กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง (Activities) และทรัพยากรที่ต้องใช้ (Resources) รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากบางส่วนไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ จากนั้นจึงนำข้อมูลไปเชื่อมกับ Risk Assessment หรือการประเมินความเสี่ยง เพื่อมองต่อว่ามีเหตุการณ์หรือความเสี่ยงใดที่อาจกระทบต่อกิจกรรมสำคัญเหล่านั้น และองค์กรควรเตรียมแนวทางรองรับอย่างไร
เช่น หากระบบยังใช้งานได้ตามปกติ แต่พนักงานที่ต้องปฏิบัติงานเข้าพื้นที่ไม่ได้ บางงานอาจย้ายไปทำจากพื้นที่อื่น บางกระบวนการอาจต้องใช้ทีมสำรอง หรือบางกิจกรรมอาจต้องถูกจัดลำดับให้กลับมาดำเนินงานก่อนส่วนอื่น ตรงนี้นำไปสู่ Business Continuity Strategies & Solutions หรือการกำหนดแนวทางและทางเลือกเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อได้ ก่อนพัฒนาต่อเป็น Business Continuity Plans & Procedures หรือแผนและขั้นตอนการดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุ อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การซ้อมและทดสอบแผน (Exercise) เพราะแผนที่อยู่ในเอกสารอาจดูครบเมื่ออ่านบนโต๊ะประชุม แต่เมื่อจำลองสถานการณ์ขึ้นมาจริง เราอาจพบว่าข้อมูลติดต่อไม่อัปเดต ผู้ที่ต้องตัดสินใจไม่พร้อม ช่องทางสำรองใช้ไม่ได้ หรือบางขั้นตอนยังไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
การซ้อมและทดสอบแผนจึงทำให้องค์กรเห็นช่องว่างก่อนวันที่ต้องนำแผนมาใช้จริง
Business Continuity Management (BCM)
หลักสูตร 2 วันที่พาผู้เรียนเข้าใจ BCM เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่ การวิเคราะห์ผลกระทบ การประเมินความเสี่ยง การเลือกแนวทางรองรับ การจัดทำแผน ไปจนถึงการซ้อมและทดสอบแผน
ภายในหลักสูตรมี Workshop ครอบคลุมทั้ง BIA, การประเมินความเสี่ยงด้าน Business Continuity, การเลือก Continuity Strategy และการฝึกจำลองสถานการณ์เบื้องต้น (Simple Exercise) เหมาะสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Business Continuity, Risk Management, Information Security รวมถึง Internal Audit และ IT Audit ที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ฝั่ง Business และ Technology มองเรื่องความต่อเนื่องขององค์กรเป็นภาพเดียวกัน เพราะ Business Continuity ที่พร้อมใช้จริง ไม่ได้วัดจากการมีแผนครบกี่หน้า แต่อยู่ที่ว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน คนที่เกี่ยวข้องรู้หรือไม่ว่า งานไหนสำคัญ งานนั้นพึ่งอะไรอยู่ และควรใช้แนวทางใดเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อ
หากองค์กรของคุณกำลังทบทวนว่าแผนที่มีอยู่พร้อมใช้แค่ไหน หรืออยากให้ทีม Business, Risk, Security และ IT เข้าใจ BCM บนกรอบเดียวกัน หลักสูตรนี้จะพาเชื่อมตั้งแต่การวิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยง ไปจนถึงการเลือกแนวทางรองรับ การจัดทำแผน และการทดสอบแผนอย่างเป็นระบบ
สำหรับองค์กร สามารถจัดอบรมแบบ In-house Training และปรับเนื้อหาให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กรได้ สอบถามรายละเอียดหลักสูตร หรือพูดคุยเรื่องการวางแนวทางอบรมสำหรับทีมได้ที่ LINE: @NTC-LINE
เหตุการณ์เปลี่ยนได้ แต่โจทย์ขององค์กรยังเหมือนเดิม งานไหนสำคัญ พึ่งอะไรอยู่ และถ้าบางส่วนไม่พร้อม…ธุรกิจจะไปต่ออย่างไร?
Business Continuity Management (BCM)
หลักสูตร 2 วัน เชื่อม BCM ตั้งแต่การวิเคราะห์ผลกระทบ การประเมินความเสี่ยง การเลือกแนวทางรองรับ การจัดทำแผน ไปจนถึงการซ้อมและทดสอบแผน
18–19 Jan 2027
สนใจสอบถามรายละเอียดหลักสูตรและตารางอบรม สามารถทัก @NTC-LINE ได้ค่ะ

