Empower Your Work with 2 Essential AI Skills

เวลาของทีมมีเท่าเดิม แล้ว AI ควรเข้ามาช่วยตรงไหน?
2 AI Skills สำหรับยกระดับการทำงานในออฟฟิศ
งานในออฟฟิศไม่ได้ต้องการ AI แบบเดียวกันทุกเรื่อง บางงานยังต้องใช้คนคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ ขณะที่อีกหลายงานมีขั้นตอนคล้ายเดิมเกิดขึ้นเป็นประจำ
เอกสารที่รออ่านและสรุป ข้อมูลใน Excel ที่รอวิเคราะห์ Presentation ที่ต้องเตรียม Email ที่ยังรอตอบ อีกด้านหนึ่ง อาจเป็นการตอบเรื่องเดิมให้ลูกค้าหรือพนักงาน การค้นข้อมูลจากหลายแหล่ง รับ Request แล้วส่งต่อ หรือกระบวนการที่เดินตาม Workflow เดิมอยู่เป็นประจำ
แนวโน้มนี้กำลังเห็นชัดขึ้นในองค์กรไทย Microsoft Work Trend Index ระบุว่า 75% ของผู้บริหารไทยต้องการให้องค์กรเพิ่ม Productivity ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 90% คาดว่าจะใช้ AI Agent ทำงานร่วมกับพนักงานในฐานะ Digital Team Member ภายใน 12–18 เดือนข้างหน้า
เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในออฟฟิศมากขึ้น สิ่งที่น่ามองต่อคือการเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน งานไหนควรมี AI ช่วยคนทำให้คล่องขึ้น และงานแบบไหนเริ่มออกแบบให้ AI เข้ามาช่วยจัดการบางขั้นตอนได้ เพราะงานแต่ละแบบต้องการบทบาทของ AI ไม่เหมือนกัน
ระดับแรก: เพิ่ม Productivity ในงานประจำวัน
ในงานที่คนยังเป็นผู้กำหนดโจทย์ ตรวจผลลัพธ์ และตัดสินใจ AI สามารถเข้ามาช่วยบางขั้นตอนได้ ไม่ว่าจะเป็นการสรุปเอกสาร เตรียม Draft วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel สร้าง Chart หรือ PivotTable เตรียม Presentation รวมถึงช่วยร่างและสรุป Email งานยังอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ ขณะที่ AI ช่วยให้ขั้นตอนระหว่างทางคล่องตัวขึ้น
นี่คือมุมของ Microsoft Copilot Pro หลักสูตรครอบคลุมการใช้ Copilot กับ Word, Excel, PowerPoint และ Outlook ทั้งงานเขียนและสรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล สร้างงานนำเสนอ รวมถึงการจัดการ Email
อีกระดับ: จัดการงานซ้ำผ่าน Agent และ Workflow
เมื่อเป็นงานที่มีข้อมูลสำหรับใช้อ้างอิง มีขั้นตอนค่อนข้างชัด และเกิดขึ้นเป็นประจำ บทบาทของ AI ก็สามารถขยับได้มากกว่าการช่วยทำงานทีละชิ้น AI Agent อาจเข้ามาช่วยรับเรื่อง ตอบข้อมูลตาม Knowledge ที่กำหนด หรือเชื่อม Action เพื่อส่งงานต่อไปยังขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ตรงนี้คือมุมของ Microsoft Copilot Studio เนื้อหาหลักสูตร AI Agents with Microsoft Copilot Studio ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง AI Agent การเขียน Prompt การเพิ่ม Knowledge ด้วย PDF, Excel, Word และ Web รวมถึงการเพิ่ม Actions ผ่าน Power Automate เพื่อเชื่อม Workflow ต่อด้วยการทดสอบ ปรับประสิทธิภาพ และ Deploy ใช้งานบน Microsoft Teams และ Web โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน Programming
หากมองสอง Skill นี้ในมุมธุรกิจ บทบาทจะต่างกันค่อนข้างชัด
Microsoft Copilot Pro
Microsoft Copilot Pro เหมาะกับการเพิ่ม Productivity ให้คนที่ทำงานกับเอกสาร ข้อมูล Presentation และ Email อยู่แล้ว
ทักษะที่ได้เรียนรู้
- — เขียน ปรับ และสรุปเอกสารด้วย Copilot ใน Word
- — วิเคราะห์ข้อมูล สูตร Chart และ PivotTable ใน Excel
- — สร้าง Presentation และช่วยจัดการ Email ผ่าน PowerPoint และ Outlook
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำ AI เข้ามาช่วยงานประจำวันที่ทำผ่าน Word, Excel, PowerPoint และ Outlook ทั้งงานเอกสาร ข้อมูล Presentation และ Email
AI Agents with Microsoft Copilot Studio
AI Agents with Microsoft Copilot Studio เหมาะกับงานที่เกิดซ้ำ มีข้อมูลให้อ้างอิง และมีขั้นตอนที่สามารถออกแบบเป็น AI Agent หรือ Automation เพื่อช่วยทีมได้
ทักษะที่ได้เรียนรู้
- — สร้าง AI Agent พร้อมกำหนด Prompt และ Knowledge
- — เชื่อม Actions และ Workflow ผ่าน Power Automate
- — Test, Optimize และ Deploy บน Microsoft Teams และ Web
เหมาะสำหรับ Business Users เช่น HR, Marketing, Sales และ Customer Support รวมถึง IT Admins และ Developers ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน AI Agent, Knowledge, Actions และ Workflow เพื่อประยุกต์ใช้กับงานจริง
องค์กรหนึ่งจึงอาจมีโจทย์ทั้งสองแบบอยู่พร้อมกัน งานบางประเภทต้องการให้คนทำได้เร็วและคล่องขึ้น ขณะที่อีกหลายกระบวนการมีโอกาสลดขั้นตอนที่ต้องทำซ้ำด้วย Agent และ Workflow
หากกำลังวางแผนใช้ AI ให้กับตัวเองหรือทีม อาจเริ่มมองงานที่ทำอยู่ก่อนว่า ตอนนี้อยากใช้ AI ทำให้งานประจำวันที่ทำอยู่คล่องขึ้น หรือมีงานซ้ำบางส่วนที่เหมาะกับการต่อยอดเป็น Agent & Workflow?
Microsoft Copilot Pro
ช่วยงานประจำวันที่คนยังเป็นคนตัดสินใจ ผ่าน Word, Excel, PowerPoint และ Outlook
สนใจสอบถามรายละเอียดหลักสูตรและตารางอบรม สามารถทัก @NTC-LINE ได้ค่ะ
AI Agents with Microsoft Copilot Studio
ช่วยจัดการงานซ้ำและ Workflow ด้วย AI Agent
สนใจสอบถามรายละเอียดหลักสูตรและตารางอบรม สามารถทัก @NTC-LINE ได้ค่ะ

